สุดๆเหนื่อย! ผกก.ปป.ยาเสพติด ‘พ้อ’ กว่าจะจับคนค้ายา มันไม่ง่าย!

เรื่องเด่น

14 ก.พ. 2564 พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร อนุกรรมาธิการด้านการปราบปรามยาเสพติดและการบังคับใช้กฎหมายสภาผู้แทนราษฎร และรองผู้บังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด เผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ข้อมูลการปราบปรามยาเสพติดที่แถลงข่าวกัน หากให้รู้ความลำบากของเบื้องหลังของคนทำงานจะรู้ว่า การตัดวงจรยึดทรัพย์สินที่ทำได้ตามที่เป็นข่าวนั้น แท้จริงเพียงเล็กน้อยจากที่จับได้ เพราะกว่าเราเข้าถึงหรือได้มา ซึ่งข้อมูลทางการเงินช้าและการสื่อสาร เจ้าพนักงานไม่มีกฎหมายที่ให้อำนาจและบังคับใช้ได้อย่างเต็มที่ ที่ตำรวจทำได้ก็เพราะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวประสานกัน หาก ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดพ้นหน้าที่ก็ไม่มีเส้นทางขอกันมาได้อีก ต้องเริ่มสร้างสัมพันธ์ใหม่อีกแล้วใครสัมพันธ์ดีก็ได้เร็ว ใครไม่มี ไม่รู้จัก ก็ไม่ได้มาซึ่งข้อมูล

ตนในฐานะผู้ปฏิบัติ อยากสะท้อนถึงความลำบากในการทำงาน ที่ไม่มีอำนาจทางกฎหมายและเครื่องมือมาบังคับทั้งๆที่ทุกคน บอกว่าปัญหายาเสพติดสำคัญ ไม่ว่าการ ปราบปราม / ป้องกัน / บำบัด และ ฟื้นฟู ต้องเข้าใจว่า ปัญหายาเสพติดไม่ได้อยู่ที่ผู้เสพเพียงอย่างเดียว ส่วนของผู้ผลิต และ ผู้ค้า เขาไม่ติดยา แต่เขาต้องการกำไร จากการค้า เพราะสิ่งนี้คือธุรกิจค้ายาเสพติด ผมยกตัวอย่างนะครับ มีการจับผู้ต้องหาในคดีเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2563 กว่าจะได้ข้อมูลจากธนาคารมาวิเคราะห์ ก็ได้มาแบบไฟล์ PDF ไม่ระบุข้อมูลทั้งหมด ชื่อจากบัญชีก็ไม่เต็ม ว่าเป็นใครเลขบัญชีรับโอนก็มีเพียง 4 ตัวท้าย ระยะเวลาเพียง 5 เดือน คนนี้มีเงินหมุนเวียน 3 ล้านเศษ หลังเกิดเหตุบัญชีถอนเงินออกไปหมดแล้วหยุดการเคลื่อนไหวของบัญชี โทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชี ก็ต้องไปถามเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ว่าจดทะเบียนโดยคนนี้ที่เป็นเจ้าของบัญชีหรือไม่ และ ต้องไปพิสูจน์ทราบความเป็นอยู่สมฐานะหรือมีอาชีพสอดคล้องกับ การเงินที่เข้ามาหรือไม่ ต้องใช้เวลารอเอกสารการตอบ อีกกี่บัญชี สุดท้าย รู้คนผิด แต่เงิน ไปหมดแล้ว! ตามจับคนผิด คนผิดก็หนีไปแล้ว!

เหนื่อยนะ หากไม่มีเครื่องมือ อำนาจ ที่ดีพอ ที่เหมาะสมกับยุคสมัยนี้ เทคโนโลยีไปไกล ความคิดแนวคิด ล่าช้าเกินไปทั้งที่ทุกคนทั้งประเทศบอกว่าปัญหายาเสพติดรุนแรง แล้วทำไม ไม่ใช้กฎหมาย อำนาจ พิเศษ ให้หน่วยงาน และบังคับธนาคารพาณิชย์และบริษัทสื่อสาร ต่างๆ ให้ได้ ตัดโอกาส ผู้ค้า ให้เร็วให้ไว ไม่ต้องให้เฉียบขาดเหมือนสมัยก่อนเพราะสมัยนี้สิทธิ์มันมีมากกว่า หน้าที่และสิทธิ์มันให้ไม่จำกัด ไม่ดูเหตุและผลของความจำเป็น ผมอยากให้ผู้มีอำนาจมีเวลา เห็นกระบวนการ วิเคราะห์ การสืบสวน 1 คดี จนจบ มันมีอุปสรรคใดบ้าง แล้วนำไปสู่การบูรณาการร่วมกัน

ดร.นิยม เวชกามา ส.ส. สายพระ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร เผยว่า หากจะสาวลงให้ลึก และแก้ปัญหาให้ได้อย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม โดยมี Outcome หรือ ตัววัดผลหลักที่ออกมาว่า เราปราบยาเสพติดได้จริงหรือไม่ เรามีความจำเป็นต้องบูรณาการร่วมกัน เพราะปัจจุบันผู้มีอำนาจตามกฎหมายอยู่คนละฝักละฝ่าย อำนาจตำรวจและ ป.ป.ส. อยู่กับ พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ อำนาจการเงิน อยู่ที่ สำนักงาน ปปง. อำนาจตรวจระบบโทรศัพท์กลับไปอยู่ที กสทช. ส่วนอำนาจระบบโซเชียลและระบบ Internet กลับไปอยู่ที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บางทีอำนาจหน้าที่ก็ซ้ำซ้อนกัน เช่นมหาดไทยกับตำรวจเป็นต้น ด้วยข้อจำกัดนี้ตนมองว่ามีทางแก้อยู่ 2 หนทาง คือ 1) ตั้งองค์กรใหม่และให้อำนาจตามกฎหมาย 2) ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันโดยบูรณาการ ตนเห็นว่าหนทางที่2 เป็นหนทางที่เร็วที่สุด เราต้องหันหน้าเข้าหากันมีระบบ BigData เชื่อมสัญญาณกัน คนไทยเราเป็นคนเก่ง เราไปคุยกับมหาวิทยาลัยดังๆ ทางเทคโนโลยี อย่างพระจอมเกล้าฯ หรือมหาวิทยาลัยไหนที่ได้รับการยอมรับ ให้พัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลตรวจจับข้อมูลคนร้าย ทั้งทางการเงิน การสื่อสาร โดยให้บริษัททางการเงินหรือการสื่อสารเขามั่นใจว่าข้อมูลที่เชื่อมต่อจะปลอดภัยกับลูกค้าของเขา ไม่ถูกการล้วงข้อมูล ไม่ถูกนำข้อมูลไปทำในทางไม่ถูกต้อง จัดทำให้โปร่งใส มันก็จะสามารถแก้ไขกันไปได้ ทั้งนี้ตนจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ชั้นกรรมาธิการ และสู่สภา ในลำดับต่อไป

1 thought on “สุดๆเหนื่อย! ผกก.ปป.ยาเสพติด ‘พ้อ’ กว่าจะจับคนค้ายา มันไม่ง่าย!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *