ณพลเดช “ท้วง ศธ.” เงิน 2,000 ต้องมอบผู้ปกครองด่วน! ปมค่าธรรมเนียมการโอนต้องรีบแก้!

สังคม โควิด19

3 ก.ย. 64 ดร.ณพลเดช มณีลังกา ว่าที่ผู้สมัคร สก.เขตสัมพันธวงศ์ พรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษากรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการลงพื้นที่ในเขตสัมพันธวงศ์ได้พบพี่น้องที่ต้องป่วยอยู่บ้าน (Home Isolation) ซึ่งตนได้นำข้าวและเครื่องบริโภคไปมอบให้ ได้พบกับพ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียน ได้พบครูอาจารย์ ทั้งฝ่ายบริหารและผู้สอน สิ่งที่สะท้อนในโลกแห่งความเป็นจริงในเรื่องการเรียนการสอน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยนั้น มีความยากลำบากในการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนบางส่วนไม่มีโทรศัพท์ ต้องยืมโทรศัพท์จากพ่อแม่ 

ถ้าครอบครัวไหนมีลูกหลายคนต้องหมุนเวียนโทรศัพท์เพื่อเรียน บางคนต้องโทรมาบอกครูว่าพี่ใช้โทรศัพท์อยู่คาบนี้ต้องของดเรียน สำหรับประเด็นที่เจ็บปวดที่สุดคือ “ค่าอินเทอร์เน็ต” ครูบอกว่านักเรียนกำลังเรียนอยู่แต่“เนตหมด” อยู่ๆ นักเรียนก็หายไป มาทราบอีกทีคือเขาไม่มีค่าอินเทอร์เน็ต ที่ผ่านมา กสทช. เคยช่วยเหลืออยู่ 2 เดือนซึ่งตอนนี้หมดไปแล้ว ตนเห็นว่ากระทรวงศึกษาธิการควรประสานทั้ง กสทช. และ บริษัทให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ กทม. ที่จะสามารถประสานการช่วยเหลืออินเทอร์เน็ตให้ทั่วถึง ซึ่งปัญหาอินเทอร์เน็ตเราควรมีบริการได้เหมือนประเทศที่เจริญแล้ว ที่มีการบริการครอบคลุมฟรีสำหรับนักเรียนนักศึกษา

ดร.ณพลเดช กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียนด้านค่าใช้จ่ายทางการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อนักเรียน 1 คน ในกรอบวงเงิน 23,000 ล้านบาท ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เริ่มโอนเงินไปยังหน่วยงานในสังกัดและนอกสังกัด ทั้งสิ้น 4 สังกัดแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1-7 กันยายน 2564 นั้นมีการร้องเรียนจากครูผู้บริหาร ที่มีการโอนจาก ศธ. มายังโรงเรียนแล้วนั้น ซึ่งหากจะให้มารับเงินสดที่โรงเรียนก็จะมีประเด็นโควิด แต่หากจะโอนก็ติดขัดเรื่องค่าธรรมเนียม โดยปัญหาที่พบเจอเมื่อโรงเรียนส่งรายชื่อพร้อมสิทธิ์การรับโอนของนักเรียนส่งไปยังธนาคาร จะต้อง “มีค่าธรรมเนียมการโอน” อีก 8 บาทต่อคน นั่นหมายถึงหากนักเรียน 1,000 คน จะต้องเสียค่าธรรมเนียมถึง 8,000 บาทซึ่งใครจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการโอนนี้ หากโรงเรียนจะออกก็ผิดระเบียบ หรือจะให้ครูเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายการโอน เงินเดือนของครูก็เพียงเล็กน้อย หากหมายเลขธนาคารของผู้ปกครองอยู่ต่างจังหวัดจะมีค่าธรรมเนียมการโอนมากกว่านี้อีก ตนเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทาง ศธ. ต้องเข้ามาประสานกับธนาคารพาณิชย์เพื่อปลดล็อคค่าธรรมเนียมนี้ หรืออาจจะต้องมีรูปแบบอื่นๆ ที่ทำให้ครูสามารถนำเงินออกมาและโอนแบบ Online ส่วนตัว อย่างไม่ผิดระเบียบ เพื่อเร่งให้เงินไปถึงยังผู้ปกครองที่กำลังเดือดร้อนอย่างเร็วที่สุด ดร.ณพลเดช กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *